ปลดล็อกศักยภาพการวัดผล: เคล็ดลับสู่การสอบคัดเลือกที่แม่นยำและน่าเชื่อถือ!
การสอบคัดเลือกเข้าศึกษาหรือทำงาน คือก้าวสำคัญที่ตัดสินอนาคต การจะมั่นใจว่าแบบทดสอบนั้น “วัดผลได้จริง” ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นไปได้! ด้วยการทำความเข้าใจ 3 หัวใจสำคัญของการวิเคราะห์ข้อสอบได้แก่ ค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ค่าความยาก (p) และ ค่าอำนาจจำแนก (r) คุณจะสามารถสร้างสรรค์แบบทดสอบที่มีคุณภาพสูงสุดได้อย่างมืออาชีพ

ทำไม 3 ค่านี้จึงสำคัญต่อการประเมินคุณภาพแบบทดสอบ?
การประเมินคุณภาพแบบทดสอบไม่ได้พิจารณาเฉพาะ “ถูก-ผิด” แต่ต้องลึกซึ้งถึง “ความสามารถในการแยกแยะ” และ “ความสม่ำเสมอของผลลัพธ์” ค่าทั้งสามนี้ทำงานร่วมกันเพื่อยืนยันว่าแบบทดสอบของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด
1. ค่าความเชื่อมั่น (Reliability): วัดผลได้สม่ำเสมอแค่ไหน?
ความเชื่อมั่น คือหัวใจของการวัดผล! หมายถึงความสามารถของเครื่องมือทดสอบในการให้ผลลัพธ์ที่ คงที่และสม่ำเสมอ ไม่ว่าใครจะสอบกี่ครั้งก็ตาม
- ค่า α (Cronbach’s α) หรือ KR-20 (สำหรับข้อปรนัย) คือตัวชี้วัดสำคัญ
- ≥0.7 ถือว่าใช้ได้
- ≥0.8 ถือว่า “ดีมาก!”
- ยิ่งค่า p (ความยาก) และ r (อำนาจจำแนก) อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ยิ่งส่งผลให้ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด!
2. ค่าความยาก (p) ข้อสอบยากหรือง่ายเกินไปหรือเปล่า?
ค่าความยาก (p-value) คือสัดส่วนของผู้สอบที่ตอบข้อสอบได้ถูกต้อง บอกให้เรารู้ว่าแต่ละข้อนั้น ง่ายหรือยากเกินไปไหม
- p ใกล้ 1: ข้อสอบง่ายมาก
- p ใกล้ 0: ข้อสอบยากมาก
- เกณฑ์ทองคำ: ข้อสอบที่ดีควรมีค่า p อยู่ระหว่าง 0.20–0.80 เพื่อให้สามารถแยกแยะความสามารถของผู้สอบได้อย่างแม่นยำ และช่วยเพิ่มค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ
3. ค่าอำนาจจำแนก (r) ข้อสอบแยกคนเก่งกับคนอ่อนได้จริงไหม?
ค่าอำนาจจำแนก (r) คือดัชนีที่ใช้วัดความสามารถของข้อสอบในการ แยกแยะระหว่างผู้สอบที่เก่งและไม่เก่ง ได้อย่างชัดเจน
- r ที่สูง หมายความว่าข้อสอบข้อนั้นสามารถจำแนกผู้เรียนได้ดี ทำให้ผลการทดสอบมีความแม่นยำและ ความเชื่อมั่นสูงขึ้น
สรุป: สร้างแบบทดสอบที่ “ใช่” ด้วย 3 ค่านี้!
การวิเคราะห์และปรับปรุงข้อสอบโดยพิจารณาค่า p ค่า r และ Reliability ไปพร้อมกัน จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าแบบทดสอบของคุณนั้น
- เที่ยงตรง วัดผลได้อย่างสม่ำเสมอ
- แม่นยำ แยกแยะความสามารถของผู้เข้าสอบได้ชัดเจน
- ก่อเกิดประสิทธิภาพ สะท้อนความสามารถที่แท้จริงของผู้สอบ
เกณฑ์สำคัญที่ต้องจำ
- ค่า p: ควรอยู่ระหว่าง 0.20–0.80
- ค่า r: ควรมีค่า ≥0.20
- ค่า Reliability (α / KR-20): ควรมีค่า ≥0.70–0.80
การสอบเข้ามหาวิทยาลัย การคัดเลือกพนักงาน หรือการประเมินผลการเรียนรู้ การทำความเข้าใจและนำ 3 ค่านี้ไปใช้อย่างจริงจัง จะช่วยยกระดับคุณภาพการวัดผลของคุณไปอีกขั้น!
https://musterverse.dusit.ac.th/wisdom/articles/RID.html
ปรมัตถ์ปัญปรัชญ์ ต้องประสงค์




Leave a comment